การเลือกใช้ อุปกรณ์วัดระดับของแข็งอย่างไรให้เหมาะสม ตอนที่ 4

0

 

การเลือกใช้ อุปกรณ์วัดระดับของแข็งอย่างไรให้เหมาะสม ตอนที่ 4

RF Capacitance Level

อุปกรณ์วัดระดับที่สามารถตรวจจับระดับได้ทั้งวัตถุดิบที่เป็นของแข็งและของเหลว อีกทั้งไม่มีส่วนเคลื่อนที่  ( No Machanic Moving Part ) ซึ่งไม่ต้องกังวลเรื่องของอายุการใช้งานที่ต้องคอยเปลี่ยนอะไหล่ อีกทั้งสามารถติดตั้งได้ทั้ง ด้านบนไซโล หรือ ด้านล่างของไซโล

ในการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้บนเครื่องจักรที่มีการสั่นสะเทือนหรือเครื่องจักรที่มีอุณหภูมิสูงนั้น จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป หากใช้อุปกรณ์วัดระดับแบบ RF Capacitance Level

หลักการทำงาน

RF Capacitance Level ของแบรนด์ “Monitor” ใช้หลักการของ Radio frequency ซึ่งมีพื้นฐานจากการวัดแบบ Capacitance กล่าวคือ เมื่อก้าน Probe ( A ) มีปลายด้านหนึ่งสัมผัสกับวัตถุดิบและจากกลางก้านถูกหุ้มฉนวนจนเกือบถึงปลาย ยาวตลอดถึงภายในตัว Level เปรียบเสมือนแผ่น Plate ด้านหนึ่งและเกลียวตลอดจนโครงสร้าง Level ที่ติดตั้งภายในถังโลหะ เปรียบเสมือนแผ่น Plate อีก

 

แผ่นหนึ่ง ระยะห่าง ( d ) ระหว่างก้าน Probe ( A ) และเกลียว ( A ) จะมีอากาศอยู่รอบๆ จะยังไม่มีการเปลี่ยนของค่าประจุไฟฟ้า ( C )  [อากาศมีค่า Dielectric Constance  ( Ɛ ) = 1 ]  และเมื่อวัตถุดิบมาแทนที่อากาศ สัมผัสระหว่างก้าน Probe ( A) และเกลียว ( A ) ทำให้ค่าประจุไฟฟ้า ( C )  เปลี่ยนแปลงมากขึ้น Level จะรับรู้และบอกสภาวะว่ามีวัตถุดิบมาถึงระดับที่ติดตั้งไว้ผ่าน Relay และ LED ( เปลียนจากสีเขียวเป็นสีแดง ) และเมื่อวัตถุดิบลดระดับลงต่ำกว่าที่ติดตั้ง Level Relay และ LED ก็จะกลับอยู่สภาวะปกติ

Application

– สามารถวัดระดับได้ทั้งของเหลวและของแข็งแต่มีข้อแตกต่างที่สำคัญอยู่คือ  ในการตรวจวัดของเหลวจะต้อง อาศัยค่า Ɛ ของของเหลวที่มีค่ามากว่า ค่า  Ɛ ของอากาศซึ่งถ้าอุณหภูมิเปลี่ยน ค่า Ɛ  และความหนาแน่นก็จะเปลี่ยนตามด้วยเช่น ที่ของเหลวชนิดเดียวกันมีอุณหภูมิต่ำกว่าจะมีค่า  Ɛ สูงกว่า  แต่ถ้าเป็นของแข็ง ค่า  Ɛ จะขึ้นอยู่กับความหนาแน่น ดังนั้นถ้าความหนาแน่นน้อยก็จะมีค่า Ɛ  น้อยตาม

– สามารถติดตั้งได้ทั้ง  Low และ High Level  ใน Hopper หรือ Silo ที่มีความต้องการในการติดตั้งที่แตกต่างกันสามารถดัดแปลงได้หลายอย่าง เช่น High Level สามารถ สามารถต่อ ก้าน หรือ Sling ได้ และ Low level สามารถตัดก้านที่ยาวเกินความจำเป็นออกได้

 

– Level สามารถปรับ Sensitivity ได้ครอบคลุมและเหมาะสมกับการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบที่เป็นของแข็ง ของเหลว, เมล็ด,ของหนืด หรือของที่มีอุณหภูมิสูง

-สามารถปรับ Delay Time ได้เพื่อความแน่นอนในการบอกระดับ

-มีรุ่นให้เลือกทั้งรุ่นที่เป็นไฟเลี้ยง 115 VAC, 230AC และรุ่น 24Vdc

– สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร สามารถเลือกฉนวนที่หุ้มก้าน Probe เป็น Nylon ได้

– มีรุ่น Hazardous approval ให้เลือกใช้

 

 

การติดตั้งที่ถูกวิธี

  1. ไม่ติด Level  ในทิศทางที่ถูกกระแทกโดยตรง เพราะจะทำให้ก้าน Probe  หักผิดรูปได้ อีกทั้งไม่ควรติดตั้งใกล้จุดทางลงมากเกินไป เพราะ จะทำให้ วัตถุดิบล้นทางลงก่อนที่จะถึงจุดติดตั้ง

การติดตั้ง ทั้ง Low และ High Level  ต้องไม่มีส่วนของ Probe หรือ ส่วนต่อยื่นสัมผัส

 

  1. กับข้างถังเพราะจะทำให้อุปกรณ์ทำงานค้างได้
  2. ระยะห่างในการติดตั้งของ Level   2 ตัวต้องไม่น้อยกว่า 46. mm
  3. Level  ถ้ามีการต่อก้าน Probe ลึกลงไปในถังควรเพิ่มอุปกรณ์ ป้องกัน (Brace Extension  ) เพื่อกันก้าน Probe เอียงติดข้างถัง

ในงานที่มีอุณหภูมิมากกว่า 100 องศาเซลเซียส และมีการสั่นสะเทือนควรใช้ชุดแยก ( Split Architecture  )ระหว่าง Sensor กับชุดElectronic (โดยใช้สายเฉพาะ (Coaxial) มีระยะห่างได้ไม่เกิน 3.6m) เพื่อเป็นการป้องกันความเสียหายกับชุด Electronic เพราะอุณหภูมิที่สูงและแรงสั่นสะเทือนมีผลทำให้ Level เสียหาย

 

ในอุตสาหกรรมที่มีวัตถุดิบหลากหลายชนิดเหล่านี้สามารถนำ

RF Capacitance Level  มาประยุกต์ใช้ได้

  1.    Chemicals(สารเคมี)
  2.     Rubber(ยาง)
  3.     Liquids(ของเหลว)
  4.     Wastewater(น้ำเสีย)
  5.     Cement(ซีเมนต์)
  6.     Powder(แป้ง)
  7.      Point & Coating (สี)
  8.      Paper Pulp(เยื้อกระดาษ)
  9.      Plastics(พลาสติก)
  10. Feed mill  (อาหารสัตว์)
  11. Sand  (ทราย)
  12. Slurries   (ของเหนียวหนืด)
  13. Pharmaceuticals  (ยา)
  14. Coal (ถ่านหิน)
  15. Oils  (น้ำมัน)
  16. Fee Ingredients  (ส่วนผสมอาหาร)

RF Capacitance Level  เป็นอุปกรณ์วัดระดับที่มีคุณสัมบัติ ใช้กับวัตถุดิบได้หลากหลายชนิด ติดตั้งง่ายได้ทั้ง ด้านบนและด้านล่างของ ไซโล อีกทั้งมีชุดที่ใช้ได้กับงานอุณหภูมิสูงและบริเวณที่มีการสั่นสะเทือนด้อีกด้วยครับ