About-Semi : Hard Disk Drive ผลผลิตจาก Semiconductor !!

0

 

About-Semi : Hard Disk Drive ผลผลิตจาก Semiconductor !!

สวัสดีค้าบ !! กลับมาเจอกันอีกครั้งใน EF ฉบับที่ 5 หลังจากที่เราได้เว้นวรรคคอลัมน์เกร็ดความรู้ใน EF ฉบับที่ 4 เพื่อหลีกทางให้ตอนพิเศษของ Semi-Stories ซึ่งเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับแนวทางการซ่อมแซมเครื่องจักรหลังน้ำท่วม !! สำหรับฉบับนี้เพื่อเป็นการเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ ทางผู้เขียนจึงนำเนื้อหาเกี่ยวกับ Hard Disk Drive หรือฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศไทยที่เกิดจากชิ้นส่วนเซมิคอนดักเตอร์มาประกอบกันมาแนะนำให้รู้จักเพิ่มเติมกัน

ในสังคมปัจจุบันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าชีวิตประจำวันเราจะไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับ ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ !! เนื่องด้วยเจ้าสมองกลหรือที่เราเรียกกันว่า “คอมพิวเตอร์” นั้นได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตตั้งแต่ตื่นนอนถึงเข้านอนไปแล้วฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟจึงมีบทบาทสำคัญในฐานะแหล่งเก็บข้อมูลต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ จำเป็นต้องพัฒนาให้สามารถเก็บข้อมูลต่างๆ ของเจ้าของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นให้ได้ทั้งหมดและที่สำคัญต้องมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ เนื่องจากนับวันแล้วคอมพิวเตอร์ก็จะยิ่งอยู่ติดตัวเจ้าของขึ้นไปเรื่อยๆ เรียกว่าเจ้าของไปไหน คอมพิวเตอร์ไปด้วยเลยว่างั้น…

 

 

ต้นกำเนิด ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ                                     

ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟได้ถือกำเนิดครั้งแรกโดย เรย์โนล์ด จอห์นสัน บริษัท IBM ในปี พ.ศ. 2499 เป็นหน่วยเก็บข้อมูลรูปแบบหนึ่งของคอมพิวเตอร์ ที่มีหน้าตาเป็นก้อนโลหะสี่เหลี่ยมๆ ที่ภายในบรรจุจานแม่เหล็กหลายๆ แผ่นซ้อนกันภายใน หมุนด้วยมอเตอร์จากแกนกลางด้วยความเร็วกว่า 5,400 ถึง 15,000 รอบต่อนาที มีแขนที่คอยกวาดไปบนผิวหน้าจานแม่เหล็กเพื่อถ่ายเทประจุ เป็นการอ่าน-เขียนข้อมูลต่างๆ ลงไปในจานข้อมูลเหล่านั้น

ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ สำคัญกับเรา (ประเทศไทย) อย่างไร !!

จากอดีตถึงปัจจุบัน จากขนาดของฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟที่ใหญ่ราวกับกล่องข้าวกลางวันและหนักเท่าลูกแตงโมสักลูก และเก็บข้อมูลได้เพียงแค่ 40-50 เมกะไบต์ (MB) ตลอดกว่าครึ่งศตวรรษฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟก็เดินทางมาพร้อมกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ชนิดอื่นๆ จนถึงความจุที่เราคุยกันที่ระดับ 3-4 TB (เทราไบต์, 1 TB = 1,000,000 เมกะไบต์) กันแล้ว ในขนาดที่เล็กกว่าฝ่ามือเท่านั้น และมีแนวโน้มว่าฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟจะมีความจุที่สูงขึ้นในขนาดที่เล็กลงเรื่อยๆ ถึงแม้ว่าจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างหน่วยความจำแบบแฟลช (Flash Memory) ที่อยู่ในกล้องถ่ายรูปหรือโทรศัพท์มือถือ ก็ยังตอบโจทย์เรื่องความจุและราคาแบบฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟไม่ได้อยู่ดี

ตัวอย่างเช่น แทบเล็ตอย่าง iPad ความจุเพียงแค่ 16-32 GB นั้นสามารถเก็บทุกอย่างของชีวิตเราได้หรือยัง คำตอบก็คือไม่ได้ เรายังจำเป็นต้องมี “คลังใหญ่ๆ” ไว้เก็บข้อมูลอยู่ดี บางท่านก็ลากเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ บางท่านก็ต้องมี External Hard Disk แยก ดังนั้นจึงตอบคำถามได้เลยว่าฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟจะยังอยู่กับเราไปอีกนาน

 

รูปนี้คงแทนคำอธิบายชิ้นส่วนหลักต่างๆ ภายในฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟได้เป็นอย่างดี (ผมเชื่อว่าอย่างนั้นนะ ฮ่าๆ ^^) คงไม่ต้องลงรายละเอียดถึงขนาดแต่ละชิ้นมีหน้าที่อะไรนะครับ เพราะคาดว่าพื้นที่เขียนของผมคงไม่พอเนอะๆ เอาเป็นว่าสิ่งที่จะทำให้ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟนั้นเก็บข้อมูลได้มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับ Disk Media หรือจานแม่เหล็กที่ซ้อนๆ กันอยู่หลายๆ ชั้น ยิ่งมีปริมาณมากก็จะยิ่งเก็บข้อมูลได้มาก แต่ก็จะส่งผลต่อขนาดความหนาของตัวฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟด้วย

อีกหนึ่งสิ่งที่อยากจะชี้ให้ผู้อ่านรับรู้ก็คือ ชิ้นส่วนต่างๆ ที่ประกอบเป็นฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟดังรูปข้างต้นนั้น ประเทศไทยมีศักยภาพสามารถผลิตได้ตั้งแต่กล่องหรือฝาครอบจนกระทั่งแขนกลหรือหัวอ่าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอกย้ำภาพลักษณ์และศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในไทยเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้เราจะโดนผลกระทบอย่างหนักจากอุทกภัยครั้งที่ผ่านมา แต่ทางผู้เขียนและนิตยสารเพื่อนวิศวกรจะขอเป็นสื่อที่กระจายข่าวสารและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทยให้กลับมายิ่งใหญ่ เหมือนที่เคยก้าวขึ้นมาเป็นผู้ผลิตและส่งออก ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ อันดับ 1 ของโลกในปี 2548 อีกครั้ง สู้ สู้ … !!