การฟื้นฟูซ่อมแซมมอเตอร์ไฟฟ้าหลังน้ำท่วม

2

หลายท่านอาจสงสัยว่า หลังน้ำท่วมเราควรซ่อมแซมหรือทำการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ดี หากจะทำตามมาตรฐานสากล เราสามารถอ้างอิงมาตรฐาน NEMA (National Electrical Manufacturers Association) ในหัวข้อที่ชื่อว่า “Evaluating Water–Damaged Electrical Equipment” ซึ่งได้ให้รายละเอียดในการปรม ได้แก่

•บันทึกข้อมูลบน Nameplate และข้อมูลแสดงตำแหน่งของมอเตอร์
•ติดป้ายหมายเลขแท่นเครื่องและมอเตอร์ให้มีหมายเลขเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อให้ง่ายในการจับคู่และนำมอเตอร์มาวางลงบนตำแหน่งที่ถูกต้อง หลังซ่อมเสร็จ•ทำเครื่องหมายและบันทึกข้อมูลของจุดต่อสาย
•บันทึกข้อมูลการ Coupling และเงื่อนไขของการ Coupling
•รวบรวมชิ้นส่วนสำหรับติดตั้งมอเตอร์ เช่น Mounting Hardware, Coupling and Shim เก็บชิ้นส่วนเหล่านี้ของมอเตอร์แต่ละตัวในถุงพลาสติก ซีลให้เรียบร้อยแล้ว อาจใช้ถุงพลาสติกแบบมีซิปล็อกก็ได้
•ห้ามจ่ายไฟเข้าเด็ดขาด
•ต้องอบไล่ความชื้น และทาน้ำยาแล้วนำมาอบมาใหม่
•ลูกปืน (Bearing) ข้างในมอเตอร์ทุกลูกก็ต้องเปลี่ยนใหม่หมด อย่าเสี่ยงใช้ของเก่า เพราะเศษ หิน ดิน ทราย เข้าไปในลูกปืนจะทำให้ความแม่นยำของลูกปืนลดลงทันที ก่อให้เกิดความเสียหายในเวลาต่อมา
•ส่วน Encoder ด้านหลังมอเตอร์ เป็นอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ โอกาสซ่อมได้มีเพียง 10% ควรเปลี่ยนใหม่ เพราะถ้าน้ำเข้าไปแล้วค่อนข้างจะซ่อมยาก
•เปลี่ยนคอนแทกเตอร์, คาปาซิเตอร์ และรีเลย์ป้องกัน เพื่อความปลอดภัย
•เปลี่ยนสายไฟใหม่ หากสายไฟแตกร้าว บวม

การตรวจสอบการลัดวงจรของระบบไฟฟ้า

•วัดค่าความเป็นฉนวนระหว่างสาย L-N, L-PE, N-PE โดยการวัดจะต้องเป็นการวัดระหว่างตัวนำกับตัวนำเท่านั้น โดยที่จะต้องปลดสายไฟฟ้าจากสวิทซ์หลักและอุปกรณ์ไฟฟ้า (Load) จะต้องได้ค่าไม่ต่ำกว่า 0.5 เมกกะโอห์ม โดยใช้ระดับแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงทดสอบไม่ต่ำกว่า 500 V เป็นเวลาต่อเนื่องไม่ควรต่ำกว่า 30 วินาที ตามมาตรฐาน IEC 6036

รูปตัวอย่างการวัดความเป็นฉนวนของเซอร์กิตเบรกเกอร์

อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทดสอบความเป็นฉนวน !

เนื่องจาก Insulation tester จะต้องสร้างแรงดันออกมา ซึ่งเป็นแรงดันที่ค่อนข้างสูง ถ้าสัมผัสจะทำให้เกิดอันตราย เป็นอันตรายรต่อชีวิตได้ ฉะนั้น ในช่วงที่ทำ Insulation test ต้องให้คนคอยระวังไม่ให้ใครสัมผัส ปลายสายอีกด้านหนึ่งและเมื่อทดสอบเสร็จแล้วต้องทำการ Discharge ให้เรียบร้อยทุกครั้ง

ทำการตรวจวัดความเป็นฉนวนของสายไฟ ตามตารางที่2 มาตรฐานค่าความต้านทานฉนวนของสายไฟฟ้า หากค่าความต้านทานของสายไฟที่ได้มีค่าน้อยกว่ามาตรฐาน ต้องเปลี่ยนสายใหม่ทั้งหมด

รูปตัวอย่างการวัดความเป็นฉนวนของมอเตอร์

ตัวอย่างการวัดความเป็นฉนวนของสายไฟ

นอกจากนั้นควรตรวจสอบค่าความเป็นฉนวนของมอเตอร์ไฟฟ้าดังนี้

•วัดสายไฟนิวทรอลเทียบกราวด์ (โครง)
•วัดสายไฟเฟสเทียบกราวด์ (โครง)

ตามตารางที่3 มาตรฐานค่าความต้านทานฉนวนของมอเตอร์ไฟ

ก่อนเริ่มเดินเครื่องมอเตอร์

•ก่อนเดินมอเตอร์ต้องตรวจสอบสายดินว่ามีการยึดแน่นหนา และไม่เป็นสนิม
•หลังจากเริ่มเดินมอเตอร์ใหม่อีกครั้ง ควรตรวจเช็คสภาพมอเตอร์ในขณะทำงานว่าเกิดปัญหาต่าง ๆหรือไม่ เช่น เกิดเสียง หรือมอเตอร์สั่นผิดปกติ ควรหยุดมอเตอร์และตรวจสอบมอเตอร์ตามข้างต้นอีกครั้ง หากปฎิบัติตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังประสบปัญหาอยู่ ควรหยุดระบบและติดต่อผู้จำหน่ายมอเตอร์ เพราะมอเตอร์อาจเสียหายเกินกว่าการซ่อมแซม

 

is a life simulator by developer EA
pornoNew York Fashion Week spring 2013

  • Prasert_o

    Insulation tester  ราคาเท่าไรครับ

    •  มีหลายแบบค่ะ ตัวอย่างของ fluke ราคาประมาณ 22,000 บาท