เลือก Encoder ต้องดูที่อะไร?

0

%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-1

Encoder (เอ็นโค้ดเดอร์) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการเข้าถึงรหัสจากระยะทางจากการหมุนรอบตัวเองและแปลงเป็นรหัสในรูปของสัญญาณไฟฟ้าหลังจากนั้นจะนำรหัสนั้นมาแปลงกลับเพื่อหาค่าต่างๆ เช่น ระยะทางการหมุน, องศาการเคลื่อนที่, ความเร็วรอบ ได้ตามต้องการ การที่จะให้อุปกรณ์ใช้งานได้ดีหรือทำงานได้เต็มประสิทธิภาพนั้น สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือวิธีการเลือกซื้อ เพราะหากเราเลือกซื้ออุปกรณ์ได้เหมาะสมกับงานจะช่วยให้งานที่ออกมานั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น เรามาดูวิธีการเลือกซื้อเอ็นโค้ดเดอร์กันเลยดีกว่าครับว่ารายละเอียดที่เราควรทราบในการเลือกซื้อมีอะไรบ้าง?

  • ความยาวสายสัญญาณของเอ็นโค้ดเดอร์: หากนำตัวเอ็นโค้ดเดอร์ไปใช้งานตรวจจับความเร็วที่มีสัญญาณความถี่สูงจะทำให้ระยะความยาวของสายสัญญาณนั้นสั้นลง เนื่องจากความต้านทานในสายสัญญาณมีค่าสูงมากที่ค่าความถี่สูง ทำให้เกิดการลดทอนสัญญาณที่มากขึ้นตามมาด้วย
  • ความเร็วสูงสุดของเอ็นโค้ดเดอร์: ต้องทราบค่าความเร็วสูงสุดของแกนเอ็นโค้ดเดอร์ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความยาวของสายเอ็นโค้ดเดอร์ด้วย ถ้าสายมีความยาวมากจะทำให้มีค่าตัวเก็บประจุเกิดขึ้น ซึ่งทำให้มีผลกระทบต่อสัญญาณ เราสามารถหาค่าความเร็วสูงสุดได้จากสมการดังต่อไปนี้%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-5
  • Resolution/Pulse rate: เป็นตัวแปรสองตัวที่มีความสัมพันธ์กัน โดย Pulse rate หมายถึง จำนวนพัลส์ต่อรอบ เมื่อมีการหมุนแกนเอ็นโค้ดเดอร์ 1 รอบ ส่วน Resolution หมายถึง ค่าความละเอียดสูงสุดที่สามารถทำได้ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับจำนวน Pulse rate

เช่น ถ้าหากแกนเอ็นโค้ดเดอร์ต่อกับจานหมุนอยู่แล้วจานหมุนนั้นมีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่ากับ 229.18 mm. เอ็นโค้ดเดอร์มีขนาด Pulse rate เท่ากับ 3600 PPR เราสามารถหาค่าความละเอียดหรือ Resolution ได้ดังนี้

%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-3

จากสมการด้านบนสามารถสรุปได้ว่า เอ็ดโค้ดเดอร์ตัวนี้มี Pulse rate 3600 PPR มีค่าความละเอียดสูงสุดอยู่ที่ 0.2 mm. ต่อสัญญาณพัลส์ 1 พัลส์ แต่ถ้าหากต้องการเพิ่มความละเอียดสามารถเพิ่มได้โดยเพิ่มค่า Pulse Rate ของเอ็นโค้ดเดอร์ให้มีค่าสูงสุด เช่น 5000 PPR, 10000 PPR

  • ประเภทของการใช้งานระหว่าง Optical & Magnetics Encoder: หากงานที่นำมาใช้มีความละเอียดสูงควรเลือกเอ็นโค้ดเดอร์แบบ Optical มากกว่า Magnetics แต่ถ้าหากงานนั้นต้องเผชิญกับสภาวะแวดล้อมที่เลวร้าย เช่น อุณหภูมิ ความชื้น การกระแทก ฝุ่นละออง ควรเลือกแบบ Magnetics

%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c-4

และอีกสิ่งที่ควรทราบในการเลือกซื้อคือการอ่านความหมายของชื่อ Model เนื่องจากชื่อโมเดลนั้นจะมีคุณสมบัติที่สำคัญของเอ็นโค้ดเดอร์อยู่ หากเราทราบวิธีการอ่านที่ถูกต้องจะทำให้เลือกซื้อได้เร็วยิ่งขึ้น

วิดีโออธิบายความหมายชื่อ Model ของเอ็นโค้ดเดอร์รุ่น E50S ของ AUTONICS

AUTONICS Encoder E50S Series เป็นเอ็นโค้ดเดอร์ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 50 mm. มีขนาดแกนเพลา 8 mm. มีความถี่ตอบสนองสูงสุด 300 KHz มีแหล่งจ่ายไฟแบบ 5VDC และ 12-24VDC (แหล่งจ่ายไฟ 5VDC จะใช้กับเอาท์พุตที่เป็บแบบ line driver เอาท์พุตแบบนี้จะมีข้อดีตรงที่จะทนต่อสัญญาณรบกวนจากภายนอกได้ดี ส่วนข้อเสียจะเป็นต้องอาศัยวงจรภาครับที่สามารถรองรับสัญญาณแบบ RS-422 ได้)

วิดีโอเปิดกล่องเอ็นโค้ดเดอร์รุ่น E50S ของ AUTONICS

เอ็นโค้ดเดอร์สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในงานอุตสาหกรรมได้หลากหลาย เช่น ใช้ในระบบควบคุมตำแหน่งของเซอร์โวมอเตอร์, ใช้ในงานอุตสาหกรรมผลิตอาหารและเครื่องดื่ม, อุตสาหกรรมสิ่งทอ, ใช้ควบคุมสายพานลำเลียง ซึ่งจะเหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมตำแหน่ง ระยะ ที่มีความละเอียดและแม่นยำสูง

e50s-5

หากผู้อ่านท่านใดมีข้อสงสัยหรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมทางด้านเทคนิคหรือตัวสินค้าเอ็นโค้ดเดอร์สามารถสอบถามเข้ามาได้นะครับ ^^ วันนี้ EF SOCIETY ขอลาไปก่อน เจอกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีครับ