หลายท่านอาจสงสัยว่า หลังน้ำท่วมเราควรซ่อมแซมหรือทำการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ดี หากจะทำตามมาตรฐานสากล เราสามารถอ้างอิงมาตรฐาน NEMA (National Electrical Manufacturers Association) ในหัวข้อที่ชื่อว่า “Evaluating Water–Damaged Electrical Equipment” ซึ่งได้ให้รายละเอียดในการปร
ม ได้แก่
•บันทึกข้อมูลบน Nameplate และข้อมูลแสดงตำแหน่งของมอเตอร์
•ติดป้ายหมายเลขแท่นเครื่องและมอเตอร์ให้มีหมายเลขเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อให้ง่ายในการจับคู่และนำมอเตอร์มาวางลงบนตำแหน่งที่ถูกต้อง หลังซ่อมเสร็จ•ทำเครื่องหมายและบันทึกข้อมูลของจุดต่อสาย
•บันทึกข้อมูลการ Coupling และเงื่อนไขของการ Coupling
•รวบรวมชิ้นส่วนสำหรับติดตั้งมอเตอร์ เช่น Mounting Hardware, Coupling and Shim เก็บชิ้นส่วนเหล่านี้ของมอเตอร์แต่ละตัวใ
นถุงพลาสติก ซีลให้เรียบร้อยแล้ว อาจใช้ถุงพลาสติกแบบมีซิปล็อกก็ได้
นถุงพลาสติก ซีลให้เรียบร้อยแล้ว อาจใช้ถุงพลาสติกแบบมีซิปล็อกก็ได้•ห้ามจ่ายไฟเข้าเด็ดขาด
•ต้องอบไล่ความชื้น และทาน้ำยาแล้วนำมาอบมาใหม่
•ลูกปืน (Bearing) ข้างในมอเตอร์ทุกลูกก็ต้องเปลี่ยนใหม่หมด อย่าเสี่ยงใช้ของเก่า เพราะเศษ หิน ดิน ทราย เข้าไปในลูกปืนจะทำให้ความแม่นยำของลูกปืนลดลงทันที ก่อให้เกิดความเสียหายในเวลาต่อมา
•ส่วน Encoder ด้านหลังมอเตอร์ เป็นอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ โอกาสซ่อมได้มีเพียง 10% ควรเปลี่ยนใหม่ เพราะถ้าน้ำเข้าไปแล้วค่อนข้างจะซ่อมยาก
•เปลี่ยนคอนแทกเตอร์, คาปาซิเตอร์ และรีเลย์ป้องกัน เพื่อความปลอดภัย
•เปลี่ยนสายไฟใหม่ หากสายไฟแตกร้าว บวม
การตรวจสอบการลัดวงจรของระบบไฟฟ้า
•วัดค่าความเป็นฉนวนระหว่างสาย L-N, L-PE, N-PE โดยการวัดจะต้องเป็นการวัดระหว่างตัวนำกับตัวนำเท่านั้น โดยที่จะต้องปลดสายไฟฟ้าจากสวิทซ์หลักและอุปกรณ์ไฟฟ้า (Load) จะต้องได้ค่าไม่ต่ำกว่า 0.5 เมกกะโอห์ม โดยใช้ระดับแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงทดสอบไม่ต่ำกว่า 500 V เป็นเวลาต่อเนื่องไม่ควรต่ำกว่า 30 วินาที ตามมาตรฐาน IEC 6036
















Insulation tester ราคาเท่าไรครับ
มีหลายแบบค่ะ ตัวอย่างของ fluke ราคาประมาณ 22,000 บาท
Comments are closed.