อุตสาหกรรมรถยนต์กับความปลอดภัยสูงสุด

0

%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-1

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาววิศวกรทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้ง วันนี้ผมยังคงนำเรื่องราวน่าสนใจในวงการอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์มาฝากเพื่อนๆ กันครับ ซึ่งในวันนี้จะพูดถึงความปลอดภัยในการผลิตรถยนต์ครับ

เป็นที่ทราบกันว่าการผลิตรถยนต์เป็น “อุตสาหกรรมหนัก” เพราะเนื่องด้วยส่วนใหญ่ชิ้นส่วนในการผลิตนั้นเป็นโลหะที่ต้องมีการ ปั๊ม เชื่อม ดัด เจาะ เพื่อให้ประกอบขึ้นมาเป็นรถยนต์เพราะฉะนั้นเครื่องจักรที่ถูกนำมาใช้ในการผลิตส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องจักรใหญ่ หรือเป็นเครื่องจักรที่อันตราย อักทั้งยังมีบางส่วนที่เป็นเครื่องจักรอัตโนมัติและมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา เช่น หุ่นยนต์แขนกล (Robot) เป็นต้น เพราะฉะนั้นความปลอดภัยจึงถือเป็นเรื่องหลักๆ ของอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์นั้นเอง

เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ครับ? ว่าทุกวันนี้เครื่องจักรของท่านมีการเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันที่มีเทคโนโลยีเพียงพอและเหมาะสมต่อการป้องกันอุบัติเหตุซึ่งสามารถเกิดได้กับการผลิตในอุตสาหกรรมรถยนต์ ก่อนอื่นเลยผมจะอธิบายถึงระดับของอุปกรณ์ความปลอดภัยให้เพื่อนๆ ฟังแบบง่ายๆ ก่อนนะครับ โดยระดับของอุปกรณ์ความปลอดภัยแบบง่ายๆ ได้ดังนี้ คือ ระดับ Basic, Category/Type 1, Category/Type 2, Category/Type 3, Category/Type 4 ซึ่งในการเลือกใช้งานอุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนใหญ่เราจะเลือกใช้แค่แบบ Category/Type 2 และ Category/Type 4 เป็นหลักเท่านั้น เพราะว่าความแตกต่างของ Category/Type 1 และ 3 ไม่ได้แตกต่างจาก Category/Type 2 และ 4 มากนัก ผู้ผลิตจึงผลิตออกมาแค่ประเภทCategory/Type 2 และ 4 เท่านั้นครับ

%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-2

Category/Type 2 และ Category/Type 4 ต่างกันอย่างไร?

ในด้านของความรุนแรง

  • Category/Type 2 เหมาะสำหรับการใช้ป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่รุนแรงและไม่มีความเสี่ยงต่อการพิการ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต
  • Category/Type 1 จำเป็นต้องใช้สำหรับการป้องกันอุบัติเหตุที่มีความเสี่ยงต่อการพิการ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต

ในด้านของความเสี่ยง

  • Category/Type 2 เหมาะสำหรับความเสี่ยงที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น
  • Category/Type 4 เหมาะสำหรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง

ในด้านของการใช้งานผลิต

  • Category/Type 2 เหมาะกับการผลิตที่มีเครื่องหรืออุปกรณ์ช่วยในการผลิต
  • Category/Type 4 เหมาะกับการผลิตที่ใช้คน

%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-4

ในด้านของเทคโนโลยี

  • Category/Type 2 มีวงจรการป้องกันแบบ 1 วงจร และมี Safety modules สำหรับการแจ้งเตือนและตรวจสอบความผิดปกติของอุปกรณ์
  • Category/Type 4 มีวงจรการป้องกันแบบ 2 วงจรอิสระคือเมื่อวงจรหนึ่งเกิดความเสียหายอีกวงจรก็ยังสามารถทำงานได้ ทำให้อุปกรณ์ยังสามารถรักษาความปลอดภัยได้อย่างปกติและมีอุปกรณ์ Safety modules สำหรับการแจ้งเตือนและตรวจสอบความผิดปกติของอุปกรณ์

%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-3

จากความแตกต่างของระดับความปลอดภัยของ Category/Type 2 และ 4 จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดถึงระดับของการป้องกันและเทคโนโลยีของตัวอุปกรณ์ ซึ่งในการเลือกใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยในอุตสาหกรรมรถยนต์นั้นเราต้องคำนึงถึงความรุนแรง ความเสี่ยงของอุบัติเหตุ เทคโนโลยีที่เหมาะสม พร้อมด้วยเรื่องราคาของอุปกรณ์ที่สูงขึ้นตามระดับความปลอดภัย แต่เนื่องด้วยอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมหนัก อย่างเช่น เครื่องปั๊มชิ้นส่วน พื้นที่การเชื่อมหรือพื้นที่ผลิตด้วยหุ่นยนต์ เพราะฉะนั้นการผลิตนี้ส่วนใหญ่จึงจำเป็นต้องพิจารณาเลือกใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยในระดับสูงสุดนั้นก็คือ ประเภท Category/Type 4 นั้นเอง และกฏข้อที่สำคัญอีกหนึ่งข้อนั้นก็คือ ถ้าหากพื้นที่การผลิตด้วยหุ่นยนต์แขนกล (Robot) จำเป็นต้องเลือกใช้อุปกรณ์ระดับความปลอดภัยแบบ Category/Type 4 เท่านั้น โดยไม่ต้องนำความรุนแรงหรือความเสี่ยงเข้ามามีผลในการเลือกใช้อุปกรณ์เลย

ตัวอย่างของการเลือกเลือกใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยระดับสูงสุดกับอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์

%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-5

 

การใช้อุปกรณ์ม่านแสงความปลอดภัย Category/Type 4 กับเครื่องปั๊มชิ้นส่วน (Press Machine) เพื่อป้องกันการถูกเครื่องจักรหนีบ ทับ อวัยวะต่างๆ

 

%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-6

 

การใช้อุปกรณ์ม่านแสงความปลอดภัย Category/Type 4 กับพื้นที่การใช้หุ่นยนต์แขนกล (Robot) เพื่อการป้องกันการล่วงล้ำเข้าพื้นที่การผลิต

 

%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-7

 

การใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยควบคุมสองมือ Category/Type 4 ในการควบคุมการทำงานของเครื่องจักรต่างๆ

 

นอกจากการเลือกใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยในระดับสูงสุดกับการผลิตของอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างเหมาะสมแล้ว เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ “ความไม่ประมาท” ของพนักงานในพื้นที่การผลิตนั้นเอง

%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c-8

หวังว่าเพื่อนๆ ชาววิศวกรคงเข้าใจถึงความปลอดภัยและความจำเป็นของการเลือกใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยในระดับสูงสุดกันนะครับ วันนี้ขอฝากไว้เพียงเท่านี้ครับ แล้วพบกับเรื่องราวในอุตสาหกรรมรถยนต์ได้ใหม่ในฉบับหน้า สวัสดีครับ