Terminal Block ความสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

0

terminal-block-1

เรามาทำความรู้จัก Terminal Block กัน  

“หลายท่านคงนึกถึงการต่อสายไฟแบบเก่าที่ยึดแน่นเข้าด้วยกันที่ไม่ต้องใช้การบัดกรี เช่น การนำสายมามัดกันแล้วใช้กระจุ๊บพลาสติกสวมครอบ การนำปลายสายยึดด้วยสกรู การใช้หางปลา การใช้ขั้วต่อแบบลูกเต๋า การต่อแบบย้ำสาย เป็นต้น  แต่ในปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีการต่อสายแบบใหม่เข้ามา นั่นคือ การใช้ Terminal Block (เทอร์มินอลบล็อก) มาแทน ซึ่งทำให้มีความสะดวกในการใช้งานและโดยเฉพาะในเรื่องความปลอดภัยที่สูงกว่ามาก”

เราจะเลือกเทอร์มินอลบล็อกอย่างไรดี

การเลือกใช้เทอร์มินอลบล็อกมีปัจจัยที่ต้องพิจารณากันหลายๆ ด้าน เช่น การเลือกวัสดุเหมาะสม เช่น ไม่แข็งหรืออ่อนเกินไป ทำให้ทนทานหมดปัญหาเรื่องการกรอบแตก การลดปัญหาการช็อตหรือไฟฟ้าลัดวงจรซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงใหม้ได้ รวมทั้งในเรื่องการตอบสนองผู้ใช้งานที่ต้องการสะดวกสบายของเทคโนโลยีการเข้าสายที่ง่าย รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ สามารถลดค่าใช้จ่ายได้

แล้วการต่อเทอร์มินอลบล็อกมีเทคโนโลยีการเข้าสายแบบไหนบ้าง

เนื่องจากเทคโนโลยีการเข้าสายในปัจจุบันได้ถูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน ดังที่กล่าวมาแล้ว  การเข้าสายมีหลายแบบ แต่ที่จะมานำมาเสนอจะเป็นแบบ Screw  แบบ  Tension Spring และแบบ Push-In เราไปดูกันว่าแต่ละอย่างมีข้อดีและวิธีใช้อย่างไรบ้าง

terminal-block-2

การเข้าสายแบบ Screw เป็นเทคโนโลยีที่เริ่มแรกเป็นที่นิยมและมีใช้กันมากที่สุด ฉบับนี้จึงจะขอกล่าวในรายละเอียดในเรื่องนี้เป็นสำคัญ การเข้าสายแบบ Screw ใช้หลักการยึดสายด้วยสกรูบีบอัดล็อค ให้การยึดแน่นที่ดี เรามาดูกันต่อว่าเทอร์มินอลบล็อกที่มีการเข้าสายแบบนี้มีวิธีการเลือกอย่างไรกันบ้างterminal-block-3Body ควรทำจากพลาสติกที่มีความแข็งแรง ทนต่อสารเคมีและอุณหภูมิสูงที่สำคัญคือ ต้องไม่ติดไฟ เช่น  Polyamide Conductor เป็นชิ้นเดียวพร้อมเกลียวที่ดี ไม่หลวมง่าย ไม่ต้องใช้แรงมากในการขันเข้าและออก นอกจากนี้ขนาดตัวของเทอร์มินอลบล็อกก็มีความสำคัญ เช่น การมีขนาดเล็กจะช่วยทำให้ประหยัดพื้นที่ในตู้

terminal-block-4

การออกแบบการยึดของ body และขั้วต่อสายอลูมิเนียมหรือทองแดงที่ดีให้อายุการใช้งานยาวนานไม่ต้องซ่อมบำรุง การเข้าสายสามารถที่จะใช้สายไฟเส้นเดียวหรือหลายเส้นรวมกันก็ได้ ให้การยึดแน่นที่ดี ไม่หลุดหลวม ให้ความแข็งแรงและมีประสิทธิภาพในการเข้าสายเป็นล้านครั้ง นอกจากนี้ต้องสามารถใช้ร่วมกับ Ferrule ได้ดีด้วย

terminal-block-5

การมีตัวช่วยให้ประหยัดเวลาในการประกอบได้ดี เช่น เลือกใช้ Ground Terminal Block แบบ Snap-On ไม่ต้องใช้สกรู

คงสงสัยกันว่าทำไมต้องมี Jumper Bar จะเห็นได้ว่าในบางครั้งต้องมีการ เชื่อมต่อหลายตัวเข้าด้วยกัน เช่น การเพิ่มจุดในงานซ่อมบำรุง การทำโปรเจคใหม่ Jumper  Bar ตลอดจนในงานติดตั้งที่ต้องมีการทดสอบ ทำให้ต้องมีตัวเชื่อมต่อที่เรียกว่า Jumper Bar ดังนั้นแล้วเราควรเลือกชนิดที่สามารถเสียบเข้าออกได้ง่าย รวมทั้งควรเป็นวัสดุที่นำไฟฟ้าได้ดี เช่น ทองแดงและการใช้ Spring ที่ทำมาจากเหล็กกล้าสามารถใช้งานได้นาน

terminal-block-6

ในการซ่อมบำรุงเรามักเจอปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ การหาตำแหน่งของการเข้าสายไม่เจอทำให้เกิดการเสียเวลามากระบบที่ดีเมื่อผู้ใช้มองไปที่เทอร์มินอลบล็อกจะสามารถรู้ได้ทันทีว่าเป็นตำแหน่งไหนในวงจรทำให้แก้ไขงานได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเทอร์มินอลบล็อกที่ดีควรรองรับติดตั้ง Marker เข้าไปด้วย

terminal-block-8

ใช้หลักการสปริงเป็นตัวกดล็อคสาย มีข้อดีที่ไม่ต้องซ่อมบำรุง เข้าสายได้ง่าย ประหยัดเวลา สามารถใช้ไขควงทั่วไปในการเข้าสาย มีความแข็งแรง สามารถเข้าสายได้ทั้งการใช้สายปกติและการใช้ Ferrule การเข้าสายทำได้รวดเร็ว สิ่งสำคัญคือการเลือก Contact ที่มีคุณภาพสูง สปริงที่ทำจาก Steel อย่างดีและการใช้แผ่นทองแดงที่เป็นตัวนำกระแสที่ดี

terminal-block-9

เป็นวิธีการเข้าสายที่ง่ายมาก โดยใส่เข้าโดยตรงไม่ต้องใช้เครื่องมือแต่อย่างใด แต่ใช้เทคโนโลยีของการใช้ Contact ที่มีประสิทธิภาพสูง เป็น Solution ที่มีความรวดเร็วในการเข้าสายมาก ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและลดเวลาในการซ่อมเหมาะสำหรับผู้สร้างเครื่องจักรและงานอาคาร เนื่องจากสามารถเข้าสายที่มีขนาดถึง 10 mm² กระแส 57 A และแรงดันถึง 1000 V

จะเห็นได้ว่า เราได้รู้จักการเลือกใช้ Terminal Block ที่ดีรวมทั้งเทคโนโลยีการเข้าสายที่น่าสนใจ สามารถเลือกใช้โดยการพิจารณาจากลักษณะการใช้งานของเทอร์มินอลบล็อก เช่น การถอดเข้าออกบ่อย สะดวกใช้งาน ประหยัดเวลา รวมทั้งในเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งหวังว่าจะเป็นข้อมูลดีๆ ให้กับชาว EF SOCIETY นะครับ วันนี้ขอลาไปก่อนสวัสดีครับ