HOW TO “OPMS” ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อใส่ใจสิ่งแวดล้อมกับOPMS

1

ว่ากันว่าสิ่งแวดล้อมที่ดีมีคุณภาพนั้นเป็นพื้นฐานที่สำคัญก้าวแรกในการที่จะพัฒนาคน พัฒนางานตลอดจนสามารถขับเคลื่อนระบบเศรฐกิจของประเทศให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ไม่น้อย แถมยังส่งผลให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชนของประเทศได้
ยิ่งในสภาวะการณ์ปัจจุบันที่มีการเปิดตลาดเสรีการค้ากันมากขึ้น อย่างที่เราได้ยินกันจนคุ้นหูไปแล้วนั้นก็คือ AEC หรือที่คนไทยเราเข้าใจได้ว่าเป็นการร่วมมือเปิดตลาดเศรษฐกิจอาเซียนกันนั้นงัยครับ ทั้งนี้ก็เพื่อส่งเสริมให้มีความก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกของแต่ละประเทศที่เป็นพันธมิตรระหว่างกัน ซึ่งคราวนี้หล่ะครับจะทำให้เกิดโอกาสการแข่งขันและการตื่นตัวของทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภค ให้ต้องเตรียมตัวแย่งชิงความได้เปรียบในการเปิดตลาดเสรีครั้งนี้มาให้ได้มากที่สุด

ส่วนในระดับประเทศเองก็ต้องเตรียมการให้สอดคล้องกับทรัพยากรที่ตนเองมีอยู่เพื่อให้การสนับสนุน ส่งเสริม ผู้ประกอบการในประเทศตัวเองให้ได้มากที่สุดโดยต้องกลับมาสำรวจตัวเองว่าจุดแข็ง-จุดอ่อนของตัวเองคืออะไร อย่างเช่นประเทศไทยเรามีแนวโน้มมุ่งเน้นให้ตัวเองเป็นเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยว และการขยายพื้นที่อุตสาหกรรมเพื่อให้เป็นฐานการผลิตที่สำคัญในหลายๆด้านตามศักยภาพของพื้นที่ ทำเลของประเทศแล้ว อีกนัยหนึ่งก็เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างงาน เพิ่มรายได้ให้กับประชากรนั่นเอง

จากที่กล่าวมาแล้วนี้จะเห็นได้ว่าประเทศเรากำลังมุ่งเน้นในการขยายตัวทั้งด้านอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวไปพร้อมๆกัน แต่ปัจจัยที่สำคัญที่จะทำให้ทั้งสองส่วนนี้ประสบผลสำเร็จได้นั่นก็คือ การที่ประเทศ หรือ รัฐบาล ตลอดจนทุกภาคส่วนจะต้องให้ความร่วมมือในการพัฒนาและรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อมให้ดีและมีคุณภาพ ทั้งในด้านการจัดการขยะ อากาศ และน้ำ ตลอดจนน้ำทิ้งอุตสาหกกรรมต่างๆ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด เพราะเหล่านี้สุดท้ายแล้วจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของสินค้า และประเทศโดยรวมในที่สุด

ในฉบับนี้ผมขอหยิบยกเอาโครงการที่แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมอย่างเราๆ ตามที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ให้เป็นกฎหมายเลยทีเดียว ซึ่งมีผลบังคับใช้เป็นลำดับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา จนกระทั่งปัจจุบันนี้ทุกโรงงานที่มีการปล่อยน้ำทิ้งสู่แม่น้ำสาธารณะต้องปฎิบัตตามอย่างจริงจังแล้ว ใครที่ละเว้นหรือเพิกเฉยต้องมีความผิดตามกฎหมายกำหนด กฎหมายที่ว่านั่นก็คือ “OPMS” ( Online Pollution Monitoring System )   ซึ่งหากจะกล่าวกันโดยย่อนั้นก็คือ กฎหมายที่ว่าด้วยข้อบังคับให้โรงงานที่อยู่ในเกณฑ์ข้อบังคับติดตั้งระบบตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งก่อนปล่อยออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะโดยจะต้องมีการส่งผลค่าการตรวจวัดอัตโนมัติ(Real Time) เข้าสู่ส่วนงานรับผิดชอบของกรมโรงงานอุตสาหกรรมโดยตรงทุก ๆ 30  นาทีต่อชุดข้อมูล

โดยพารามิเตอร์ที่จำเป็นสำคัญในการส่งข้อมูลมี 3 ค่าพารามิเตอร์ดังนี้

1.ค่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าในระบบบำบัดน้ำเสีย (Power Measurement)

2.ค่าปริมาณการปล่อยทิ้งของน้ำต่อวัน (Flow Measurement)

3.ค่าปริมาณความสกปรกของน้ำที่ปล่อยทิ้ง (BOD/COD)

ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีส่วนรับผิดชอบ และใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่อาจจะเกิดจากกิจการของตัวเอง อันอาจจะส่งผลต่อภาพรวมสิ่งแวดล้อมของประเทศได้ในที่สุด โดยรูปแบบการติดตั้งระบบที่กฎหมายระบุคร่าว ๆ ดังแสดงให้เห็นในรูปที่ 1 และรูปที่ 2 ซึ่งมีภาพใหญ่ในการเฝ้าระวังและเก็บบันทึกข้อมูลของภาครัฐดังแสดงให้เห็นในรูปที่ 3 ครับ

 

 

 

 

 

ผู้ประกอบการหลายรายอาจยังอึดอัดใจในการติดตั้งระบบนี้เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายพอประมาณเลยทีเดียวครับ แต่มีความจำเป็นที่ต้องปฎิบัตตามข้อบังคับของกฎหมาย ดังนี้แล้วผมอยากใช้โอกาสนี้ในการชวนคิดในอีกแง่มุมของอีกด้านในเมื่อเลี่ยงไม่ได้เรามามองหาประโยชน์ที่แท้จริงที่สามารถคืนทุนให้แก่ผู้ประกอบการได้กันดูมั๊ยครับ เพราะจากประสบการณ์ในการติดตั้งระบบนี้ของผมที่ผ่านมาหลายต่อหลายโครงการหากจะมองให้ลึกลงไปในระบบนี้แล้วนอกจากจะได้ตอบโจทย์ของภาครัฐ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้องค์กรท่านได้แล้วนั้น ระบบนี้ยังเป็นระบบที่ทำให้เราได้ข้อมูลบริหารส่วนงานระบบบำบัดน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Data Base) เลยทีเดียว

ขอยกตัวอย่างเช่นบางโรงงานสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นระบบเฝ้าระวังคุณภาพของระบบบำบัดอย่างเต็มรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการควบคุมการทำงานของหน่วยบำบัดย่อยต่างๆ การควบคุมการเติมสารเคมีในระบบ ตลอดจนเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการปรับปรุงระบบบำบัดให้เข้าสู่ระบบอัตโนมัติที่นำเทคโนโลยีของเครื่องมือวัดที่เหมาะสมมาควบคุมตรวจสอบการทำงานตลอดจนการตั้งเตือนกรณีฉุกเฉินต่างๆอันอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายกับระบบและทำผู้ควบคุมสามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ซึ่งเหล่านี้สามารถคิดเป็นระยะการคืนทุนของโครงการได้ไม่ยากครับ นอกจะจะช่วยให้เราสามารถใช้งานระบบเราได้เต็มที่ อีกนัยที่สำคัญไม่แพ้กันคือทำให้ส่วนงานนี้ตลอดจนผู้ประกอบการมีข้อมูลที่เชื่อถือได้นำไปชี้แจงต่อส่วนงานที่เกี่ยวข้องหรือแม้แต่มวลชนรอบโรงงานได้อย่างชัดเจน สุดท้ายส่งผลให้การอยู่ร่วมกันของทุกฝ่ายเป็นไปอย่างลงตัว (Win-Win)  หากแต่มีข้อให้ต้องคำนึกถึงที่สำคัญก็คือ ควรออกแบบติดตั้งระบบให้เหมาะสมกับหน้างานและการใช้งานของระบบบำบัดน้ำเสีย ทั้งยังต้องให้ความสำคัญในการเลือกผู้รับเหมา หรือ ตัวแทนติดตั้งที่มีประสบการณ์ ทั้งนี้จะได้ช่วยให้คำปรึกษาออกแบบระบบให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการ ตลอดจนรองรับอนาคตในการวางแผนปรับปรุงระบบ และยังช่วยประหยัดงบประมาณในการติดตั้งได้อีกด้วย

รู้กันเช่นนี้แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการใส่ใจสิ่งแวดล้อมของประเทศกันนะครับ และผมพร้อมทีมงานยินดีเป็นอย่างยิ่งในการให้รายละเอียดเพิ่มเติม, ออกแบบติดตั้งระบบ พร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด

ติดต่อทีมงานเราได้ที่ E-mail:
[email protected]  หรือ website:  www.mwabest.com นะครับ

\Craving a funnel cake now
youjizzThe Benefits of Wearing Women’s Sneakers

  • Pingback: max()