หลักพื้นฐาน ในการเลือกใช้ “change-over switch”

1


สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ ในคอลัมน์นี้เราจะกล่าวถึง “สวิตซ์” ซึ่งถ้ากล่าวถึงคำนี้หลายท่านคงนึกถึง อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ในการตัดต่อวงจรทางไฟฟ้า แต่ในฉบับนี้ เราจะกล่าวถึงสวิตซ์ที่ใช้ตัดต่อระหว่างแหล่งจ่ายไฟ 2 แหล่งหรือที่นิยมเรียกว่า “change-over switch” โดยมักนิยมใช้ตัดต่อระหว่างแหล่งจ่ายไฟปกติ(ไฟจากการไฟฟ้า)และแหล่งจ่ายไฟฉุกเฉิน(เครื่องกำเนิดไฟฟ้า)

สำหรับดีไซน์ของ change-over switch แบ่งได้ดังนี้
1. ดีไซน์ circuit breaker
2. ดีไซน์ load break switch
3. ดีไซน์ close transition


จากข้างต้นก็สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่

1. Manual change-over switch กล่าวคือ ต้องใช้คนในการโยกมือจับ(handle) เพื่อเปลี่ยนตำแหน่งการรับไฟ

2. Motor driven change-over switch กล่าวคือ จะมีอุปกรณ์ควบคุม(controller) เป็นสมองกลคอยสั่งให้มอเตอร์ขับเฟืองเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งการรับไฟ

สำหรับในคอลัมน์นี้เราจะกล่าวถึง ดีไซน์ load break switch เป็นหลักนะคะ หลายท่านคงสงสัยว่า …ในการเลือกซื้อ change-over switch นั้นมีประเด็นใดบ้างที่เราควรพิจารณา


1. การเกิดอาร์ค

ข้อนี้ถือว่าเป็นประเด็นแรกๆที่ผู้ออกแบบโครงสร้างสวิตซ์นั้นให้ความสำคัญ เนื่องจาก การที่สวิตซ์เกิดอาร์คนั้นจะทำให้หน้าสัมผัสในการนำกระแสไม่เรียบ นั่นคือหน้าสัมผัสจะสัมผัสกันและนำกระแสได้เพียงบางส่วน โดยจะมีบางส่วนที่ไม่สัมผัสกัน ซึ่งณ.จุดนี้เองที่เปรียบเสมือนความต้านทานที่เกิดขึ้นมหาศาล(เนื่องจากอากาศนั้นเปรียบเสมือน R=∞) ดังนั้นการที่กระแสพยายามที่จะเดินทางผ่านอากาศนั้นจึงทำให้เกิดความร้อน…ร้อนมาก(จากสูตร P=I2R) ส่งผลให้สวิตซ์มีอายุการใช้งานสั้นลง

จากปัญหาข้างต้นทำให้ผู้ผลิตสวิตซ์บางรายคิดค้น พัฒนาโครงสร้างที่จะทำให้สวิตซ์นั้นเกิดอาร์คน้อยที่สุด ซึ่งเราทราบกันอยู่แล้วว่าอาร์คจะเกิดมากกับหน้าสัมผัสที่เป็นเหลี่ยมๆ จึงมีการออกแบบหน้าสัมผัสแบบใหม่ให้มีความโค้งมนมากขึ้น นั่นก็คือหน้าสัมผัสแบบลูกกลิ้ง(roller contact) ซึ่งส่งผลให้การเกิดอาร์คน้อยลง สวิตซ์ก็จะมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น


2. ค่าICW (Rated short-time withstand current)

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ICW คือ ค่าที่อุปกรณ์จะทนค่ากระแสลัดวงจรได้โดยที่อุปกรณ์ไม่เสียหาย เช่น ถ้าเกิดกระแสลัดวงจรที่จุด2 ก็จะให้ breaker B ตัดวงจรแต่!!!ถ้าเกิดกระแสลัดวงจรที่จุด1 ก็จะให้ breaker A ตัดวงจร ดังนั้น ATS ต้องสามารถทนกระแสลัดวงจรให้ผ่านตัวมันได้โดยที่ไม่เสียหาย แสดงว่า ถ้าอุปกรณ์ยิ่งมี ICW สูงก็ยิ่งดีค่ะ


3. ความสามารถในการรับกระแส (Ie)

การเลือกใช้สวิตซ์นั้นถ้าต้องการใช้กับโหลดหนักๆ(AC23) และใช้กับแหล่งจ่ายที่มีแรงดันสูงๆเช่น 690V จะส่งผลให้พิกัดกระแสที่สวิตซ์รับได้ลดลง เช่น change-over switch ขนาด 1600 A แต่เมื่อนำไปใช้กับโหลดมอเตอร์ที่แรงดัน 690 V อาจรับกระแสได้ 500 A ดังนั้นต้องเลือกใช้ให้ถูกต้องนะคะ

4. ความเร็วในการเปลี่ยนตำแหน่ง (change over time)

คือเวลาในการเปลี่ยนตำแหน่ง I-0-II หรือ II-0-I ก็จะเลือกให้เวลาน้อยๆเพื่อให้ไฟเกิดการกระพริบน้อยที่สุด

จากที่กล่าวมาข้างต้นนั้น หวังว่าท่านผู้อ่านคงได้รับความรู้พื้นฐานในการเลือกสวิตซ์นะคะ สำหรับผู้ที่สนใจเกร็ดความรู้ด้านสวิตซ์….พบกันใหม่ในฉบับหน้าค่ะ^^

หากท่านใดสนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ Kannika : 085-123-7163 หรือ
E-mail : [email protected]

girls also wore huge gold hoop earrings called
xhamster DAN POST BOOTS AND DINGO BOOTS

according to McKinsey
pornoofficially confirms that Louis Walsh will remain a judge

  • man

    ถ้าใช้กับชุด Secondary ของสริปริงมอเตอร์ต้องเลือกแบบไหนครับ จำเป็นต้องแรงดันตาม Rate มอเตอร์ไหมครับ Rate Sec. 2420 V 510 A.