ลดค่าไฟง่าย ๆ ด้วยการลดค่าปรับเพาเวอร์แฟคเตอร์

3

ปัจจุบันโรงงานและอาคารต่าง ๆ เริ่มเห็นความสำคัญของการประหยัดพลังงานและค่าไฟกันมากขึ้น เพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายลง ฉบับนี้จึงมีวิธีการลดค่าไฟด้วยวิธีง่าย ๆ คือการลดค่าปรับเพาเวอร์แฟคเตอร์ เนื่องจากการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีการปรับอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ เมื่อเดือนมิถุนายน 2555 ที่ผ่านมาทำให้ค่าไฟเพิ่มสูงขึ้นค่ะ

ข้อกำหนดของการไฟฟ้า ฯ
ก่อนอื่นเราต้องรู้ข้อกำหนดของการไฟฟ้าก่อนค่ะ ค่าปรับเพาเวอร์แฟคเตอร์จะเรียกเก็บเฉพาะผู้ใช้ไฟประเภทที่ 3 กิจการขนาดกลาง, ประเภทที่ 4 กิจการขนาดใหญ่ และประเภทที่ 5 กิจการเฉพาะอย่าง เท่านั้น โดยระบุว่า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีเพาเวอร์แฟคเตอร์ (Lagging) ถ้าในรอบเดือนใด ผู้ใช้ไฟฟ้ามีความต้องการพลังไฟฟ้ารีแอคตีฟ เฉลี่ยใน 15 นาทีที่สูงสุดเมื่อคิดเป็นกิโลวาร์ เกินกว่าร้อยละ 61.97 ของความต้องการพลังไฟฟ้าแอคตีฟ เฉลี่ยใน 15 นาที ที่สูงสุดเมื่อคิดเป็นกิโลวัตต์แล้ว …เฉพาะส่วนที่เกิน จะต้องเสียค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ ในอัตรากิโลวาร์ละ 56.07 บาท สำหรับการเรียกเก็บเงินค่าไฟฟ้าในรอบเดือนนั้น เศษของกิโลวาร์ถ้าไม่ถึง 0.5 กิโลวาร์ให้ตัดทิ้งตั้งแต่ 0.5 กิโลวาร์ขึ้นไปคิดเป็น 1 กิโลวาร์

ตัวอย่างการคิดค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์
ก่อนอื่นเราต้องหาใบแจ้งหนี้ค่าไฟมาก่อนนะคะ อาจจะเป็นของเดือนก่อนหรือ 12 เดือนย้อนหลังก็ได้ค่ะ อย่าลืมเครื่องคิดเลข กระดาษ ปากกา นะคะ เรามาลองคิดตามกันเลยค่ะ

ไม่ยากเลยค่ะ เพียงเราติดตั้งอุปกรณ์คาปาซิเตอร์ เพิ่มเข้าไปในระบบก็สามารถลดค่าปรับเพาเวอร์แฟคเตอร์ได้  วิธีการคำนวณสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ใน EF Magazine Vol#2 ค่ะ

นอกจากนี้ อุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ ก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน ได้แก่

  • เอชอาร์ซีฟิวส์
  • เซอร์กิตเบรกเกอร์
  • คอนแทคเตอร์

นอกจากช่วยลดค่าไฟแล้วยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพหม้อแปลงอีกด้วย แล้วพบกันใหม่ ฉบับหน้านะคะ

หากท่านใดสนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ Patcharaporn : 085-123-7150 หรือ
E-mail : [email protected]

Department of Labor Bureau of Labor Statistics
porno How To Stylishly Wear Women s Suits In The Office

panache campaign how
xhamsterHow to Wear a Cricket Jacket