การฟื้นฟู ซ่อมแซมมอเตอร์ไฟฟ้า หลังน้ำท่วม การฟื้นฟู ซ่อมแซมมอเตอร์ไฟฟ้า หลังน้ำท่วม

1

 

หลายท่านอาจจะยังสงสัยว่า หลังน้ำท่วมเราควรซ่อมแซมอุปกรณ์ที่จมน้ำไปหรือทำการเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ดีกว่า ซึ่งถ้าหากจะทำตามมาตรฐานสากล เราสามารถอ้างอิงมาตรฐาน NEMA (National Electrical Manufacturers Association) ในหัวข้อที่ชื่อว่า “Evaluating Water–Damaged Electrical Equipment” ซึ่งได้ให้รายละเอียดในการประเมินอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ว่าควรทำการซ่อมแซมหรือควรจะเปลี่ยน ตามรายละเอียดที่สรุปในตารางที่ 1 เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจ

 

ตารางที่1 คำแนะนำของมาตรฐาน NEMA ในการจัดการกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วม

“Evaluating Water–Damaged Electrical Equipment”

 

 

 

 

ในบทความนี้จะขอกล่าวถึงการฟื้นฟูอุปกรณ์เกี่ยวกับมอเตอร์ไฟฟ้าหลังน้ำท่วมนะคะ จากตารางที่ 1  ตามมาตรฐานของ NEMA อุปกรณ์มอเตอร์(Motor) เช่น Servo Motor หรือ Spindle Motor โอกาสที่จะซ่อมได้มีมากถึง 80% แต่น้ำท่วมอาจจะทำให้ส่วนประกอบต่าง ๆ ของมอเตอร์ได้รับความเสียหาย เช่นฉนวน, สวิตช์, คอนแทกเตอร์, คาปาซิเตอร์ และรีเลย์ป้องกัน รวมถึงการผุกร่อนของส่วนที่เป็นโลหะ และการปนเปื้อนของสารหล่อลื่นของมอเตอร์

 

 

ก่อนการซ่อมแซมมอเตอร์ไฟฟ้าเราควรทำการรวบรวมรายละเอียดของมอเตอร์ที่ต้องการซ่อมแซมเพื่อจัดทำเป็นเอกสารในการติดตามความคืบหน้าของงานซ่อมแซม ได้แก่

•บันทึกข้อมูลบน Nameplate และข้อมูลแสดงตำแหน่งของมอเตอร์
•ติดป้ายหมายเลขแท่นเครื่องและมอเตอร์ให้มีหมายเลขเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อให้ง่ายในการจับคู่และนำมอเตอร์มาวางลงบนตำแหน่งที่ถูกต้อง หลังซ่อมเสร็จ
•ทำเครื่องหมายและบันทึกข้อมูลของจุดต่อสาย
•บันทึกข้อมูลการ Coupling และเงื่อนไขของการ Coupling
•รวบรวมชิ้นส่วนสำหรับติดตั้งมอเตอร์ เช่น Mounting Hardware, Coupling and Shim เก็บชิ้นส่วนเหล่านี้ของมอเตอร์แต่ละตัวในถุงพลาสติก ซีลให้เรียบร้อยแล้ว อาจใช้ถุงพลาสติกแบบมีซิปล็อกก็ได้
•ห้ามจ่ายไฟเข้าเด็ดขาด
•ต้องอบไล่ความชื้น และทาน้ำยาแล้วนำมาอบมาใหม่
•ลูกปืน (Bearing) ข้างในมอเตอร์ทุกลูกก็ต้องเปลี่ยนใหม่หมด อย่าเสี่ยงใช้ของเก่า เพราะเศษ หิน ดิน ทราย เข้าไปในลูกปืนจะทำให้ความแม่นยำของลูกปืนลดลงทันที ก่อให้เกิดความเสียหายในเวลาต่อมา
•ส่วน Encoder ด้านหลังมอเตอร์ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โอกาสซ่อมได้มีเพียง 10% ควรเปลี่ยนใหม่ เพราะถ้าน้ำเข้าไปแล้วค่อนข้างจะซ่อมยาก
•เปลี่ยนคอนแทกเตอร์, คาปาซิเตอร์ และรีเลย์ป้องกัน เพื่อความปลอดภัย
•เปลี่ยนสายไฟใหม่ หากสายไฟแตกร้าว บวม

การตรวจสอบการลัดวงจรของระบบไฟฟ้า

หลังจากทำการซ่อมแซม หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต้องทำการวัดค่าความเป็นฉนวนระบบไฟฟ้าที่จ่ายให้กับมอเตอร์ไฟฟ้า, ฉนวนของสายไฟฟ้าและสายควบคุมทั้งหมดก่อนเริ่มใช้งาน เครื่องมือที่ใช้วัดค่าความเป็นฉนวน เรียกว่า  Insulation tester หรือ ที่เรียกกันทั่วๆ ไปว่า Mega Ohm meter ซึ่งมีหลายระดับแรงดัน ไม่ว่า จะเป็น 50V, 100V, 250V, 500V, 1000V, 5kV, 10kV เป็นต้น ฉะนั้นเราต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง

ควรยืนบนพื้นฉนวนในขณะที่ทดสอบระบบไฟฟ้าหรือควรยืนบนพื้นที่แห้งและสวมถุงมือกันไฟฟ้าทำการทดสอบความเป็นฉนวนของตู้สวิตช์หลักและระบบไฟฟ้าย่อยโดยวัดความเป็นฉนวนดังนี้

•วัดความเป็นฉนวนของ Circuit Breaker ภายในตู้ MDB ในแต่ละเฟสโดยทดสอบเฟส-เฟส, เฟส-นิวทรอล, เฟสเทียบกราวด์
วัดค่าความเป็นฉนวนระหว่างสาย L-N, L-PE, N-PE โดยการวัดจะต้องเป็นการวัดระหว่างตัวนำกับตัวนำเท่านั้น โดยที่จะต้องปลดสายไฟฟ้าจากสวิทซ์หลักและอุปกรณ์ไฟฟ้า (Load) จะต้องได้ค่าไม่ต่ำกว่า 0.5 เมกกะโอห์ม โดยใช้ระดับแรงดันไฟฟ้ากระแสตรงทดสอบไม่ต่ำกว่า 500 V เป็นเวลาต่อเนื่องไม่ควรต่ำกว่า 30 วินาที ตามมาตรฐาน IEC 6036

อันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการทดสอบความเป็นฉนวน !

  เนื่องจาก Insulation tester จะต้องสร้างแรงดันออกมา ซึ่งเป็นแรงดัน ที่ค่อนข้างสูง ถ้าสัมผัสจะทำให้เกิดอันตราย ถ้าได้รับกระแสไฟฟ้าเป็นเวลานานอาจทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้นในช่วงที่ทำ Insulation test ต้องมีคนคอยระวังไม่ให้ใครสัมผัสปลายสายอีกด้านหนึ่ง และเมื่อทดสอบเสร็จแล้วต้องทำการ Discharge ให้เรียบร้อยทุกครั้ง

 

 

หากค่าความต้านทานของสายไฟทำการตรวจวัดได้มีค่าน้อยกว่ามาตรฐาน ตามตารางที่ 2 ต้องเปลี่ยนสายใหม่ทั้งหมด

ตรวจสอบค่าความเป็นฉนวนของมอเตอร์ไฟฟ้า

•วัดสายไฟนิวทรอลเทียบกราวด์ (โครง)
•วัดสายไฟเฟสเทียบกราวด์ (โครง)
•ก่อนเดินมอเตอร์ต้องตรวจสอบสายดินว่ามีการยึดแน่นหนา และไม่เป็นสนิม
•หลังจากเริ่มเดินมอเตอร์ใหม่อีกครั้ง ควรตรวจเช็คสภาพมอเตอร์ในขณะทำงานว่าเกิดปัญหาต่าง ๆหรือไม่ เช่น เกิดเสียง หรือมอเตอร์สั่นผิดปกติ ควรหยุดมอเตอร์และตรวจสอบมอเตอร์ตามข้างต้นอีกครั้ง หากปฎิบัติตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังประสบปัญหาอยู่ ควรหยุดระบบและติดต่อผู้จำหน่ายมอเตอร์ เพราะมอเตอร์อาจเสียหายเกินกว่าการซ่อมแซม

  • naressiri

    ขอบคุณครับผม